บาร์โค๊ดคืออะไร ความหมายของบาร์โค้ด ประเภทของบาร์โค้ด

บาร์โค้ด ( barcode ) คือ เป็นเส้นที่มีความกว้างแตกต่างกันในแต่ละข้อมูล เป็นการเข้ารหัสจากข้อความเป็นเส้นเพื่อให้เครื่องอ่านบาร์โค้ด (barcode reader) ทอดรหัสออกมา บาร์โค๊ด มักใช้เพื่อจัดระเบียบข้อมูล หรือ ดัชนี เกียวกับสินค้าแต่ละชนิด เพื่อเพิ่มความเร็วและความถูกต้องในการค้นหาข้อมูลนั้นนั้น บาร์โคด มีด้วยกันหลายชนิด หลากหลาย คุณสมบัติของแต่ละชนิดก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน

อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ท่เกี่ยวข้องกับ บาร์โค้ด ได้แก่ 

เครื่องพิมพ์บาร์โค๊ด ( printer barcode )

เครื่องอ่านบาร์โค้ด  ( barcode reader )

เครื่องเช็คคุณภาพบาโค้ด ( barcode verify )

 

บาร์โค้ด Barcode คืออะไร

บาร์โค้ด (Barcode) เป็นรหัสแท่งประกอบด้วยเส้นมืด (มักจะเป็นสีดำ) และเส้นสว่าง(มักเป็นสีขาว) วางเรียงกันเป็นแนวดิ่ง เป็นรหัสแทนตัวเลขและตัวอักษร ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถอ่านรหัสข้อมูลได้ง่ายขึ้น โดยใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ด (Barcode Scanner) ซึ่งจะทำงานได้รวดเร็ว และช่วยลดความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูลได้มาก บาร์โค้ดเริ่มกำเนิดขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1950 โดยประเทศสหรัฐอเมริกาได้จัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจทางด้านพาณิชย์ขึ้นสำหรับค้นคว้ารหัสมาตรฐานและสัญลักษณ์ที่สามารถช่วยกิจการด้านอุตสาหกรรม และสามารถจัดพิมพ์ระบบบาร์โค้ดระบบ UPC-Uniform ขึ้นได้ในปี 1973 ต่อมาในปี 1975 กลุ่มประเทศยุโรปจัดตั้งคณะกรรมการด้านวิชาการเพื่อสร้างระบบบาร์โค้ดเรียกว่า EAN-European ArticleNumbering สมาคม EAN เติบโตครอบคลุมยุโรปและประเทศอื่นๆ (ยกเว้นอเมริกาเหนือ) และระบบบาร์โค้ดEAN เริ่มเข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี 1987 โดยหลักการแล้ว บาร์โค้ดจะถูกอ่านด้วยเครื่องสแกนเนอร์ บันทึกข้อมูลเข้าไปเก็บในคอมพิวเตอร์โดยตรง โดยไม่ต้องกดปุ่มที่แท่นพิมพ์ ทำให้มีความสะดวก รวดเร็วในการทำงานรวมถึงอ่านข้อมูลได้อย่างถูกต้องแม่นยำ เชื่อถือได้ และจะเห็นได้ชัดเจนว่าปัจจุบันระบบบาร์โค้ดเข้าไปมีบทบาทในทุกส่วนของ อุตสาหกรรการค้าขาย และการบริการ ที่ต้องใช้การบริหารจัดการข้อมูลจากฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์
และปัจจุบันมีกระประยุกต์การใช้งานบาร์โค้ดเข้ากับการใช้งานของMobile Computer ซึ่งสามารถพกพาได้สะดวกเพื่อทำการจัดเก็บแสดงผล ตรวจสอบและประมวลในด้านอื่นๆ ได้ด้วย

 

EAN-13

EAN-13 (European Article Numbering international retail product code) เป็นแบบบาร์โค้ดที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก โดยบาร์โค้ดประเภทนี้จะมีลักษณะเฉพาะของชุดตัวเลขจำนวน 13 หลัก ซึ่งมีความหมายดังนี้
3 หลักแรก คือ รหัสของประเทศที่กำหนดขึ้นมาเพื่อให้ผู้ผลิตได้ทำการลงทะเบียนได้ทำการผลิตจากประเทศไหน
4 หลักถัดมา คือ รหัสโรงงานที่ผลิต
5 หลักถัดมา คือ รหัสของสินค้า
และ ตัวเลขในหลักสุดท้าย จะเป็นตัวเลขตรวจสอบความถูกต้องของบาร์โค้ด (Check digit)แม้ว่าบาร์โค้ดแบบ EAN-13 จะได้รับการยอมรับไปทั่วโลก แต่ในสหรัฐอเมริกาและแคนนาที่เป็นต้นกำเนิดบาร์โค้ดแบบ UPC-A ยังคงมีการใช้บาร์โค้ดแบบเดิม จนวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2005 หน่วยงาน Uniform Code Council ได้ประกาศให้ใช้บาร์โค้ดแบบ EAN-13 ไปพร้อมๆ กับ UPC-A ที่ใช้อยู่เดิม การออกประกาศในครั้งนี้ทำให้ผู้ผลิตที่ต้องการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐอเมริกาและ
แคนาดาต้องใช้บาร์โค้ดทั้ง 2 แบบบนผลิตภัณฑ์ การคำนวนตัวเลขตรวจสอบความถูกต้องของบาร์โค้ดแบบ EAN-13 (Check digit Calculation)

>> นำตัวเลขในตำแหน่งคู่ (หลักที่ 2,4,6,8,10,12 )มารวมกัน แล้วคูณด้วย 3
>> นำตัวเลขในตำแหน่งคี่ (หลักที่ 1,3,5,7,9,11 )มารวมกัน
>> นำผลลัพท์จากข้อ 1 และ 2 มารวมกัน
>> นำผลลัพท์ที่ได้จากข้อ 3 ทำการ MOD ด้วย 10 จะได้เป็นตัวเลข (Check digit ) 
ที่จะต้องแสดงในหลักที่ 13

บาร์โค๊ด Barcode มีประโยชน์อย่างไร ?

1. เกิดความรวดเร็วในการทำงาน ทำให้เสร็จอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นการจัดสต็อกสินค้า การจัดส่ง การขาย การเช่าหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือ dvd ฯลฯ
2. ป้องกันข้อผิดพลาด ในเรื่องต่างๆ เช่นการนับสต็อกที่มีรหัสสินค้าจำนวนมาก
3. มีความปลอดภัยในการใช้งาน ใช้งานง่าย บาร์โค้ดใช้ร่วมกันกับ Scanner Barcode และ โปรแกรมหน้าร้าน หรือ โปรแกรมพื้นฐานต่างๆเช่น Notepad ,Microsoft Office
4. ลดความซ้ำซ้อนของงาน พิมพ์บาร์โค้ด

 

 

 

บาร์โค้ดจะต้องมีความคมชัดของเส้นแต่ละเส้น ไม่ขาดหาย ขนาดของบาร์โค้ดจะมีขนาดมาตรฐาน ของแต่ละระบบอยู่แล้ว โดยสามารถย่อลงได้มากสุด 20% พื้นที่ด้านข้างของตัวบาร์โค้ด (Quiet Zone) จะต้องมีเนื้อที่ 10 เท่าของแท่งรหัสที่เล็กที่สุด หรือมากกว่า 3.6 มิลลิเมตร มิฉะนั้นจะอ่านไม่ออก

 

สำหรับสีที่เลือกใช้ โดยทั่วไปสีดีที่สุดคือตัว บาร์โค้ด สีดำบนพื้นที่สีขาว ซึ่งทำให้อ่านง่าย เนื่องจากเครื่องอ่านอาศัยหลักการสะท้อนแสงของเส้นทึบและพื้นสว่าง ถ้าใช้คู่สีผิดอาจทำให้อ่านไม่ออก ควรหลีกเลี่ยงการใช้สีสะท้อนแสงในการพิมพ์แท่งรหัสสินค้าและพื้นที่ว่างด้านหลังแท่งรหัส เพราะสีสะท้อนแสงจะสะท้อนแสงใส่เครื่องอ่านทำให้อ่านยากหรืออ่านไม่ได้เลย

บาร์โค๊ด ( barcode ) แบบไหนที่ไม่ควรทำ บาร์โค๊ด ควรหลีกเหลียงสิ่งต่างๆดังต่อไปนี้ 

 1. บาร์โค้ด บนพื้นสี โดยเฉพาะ บาร์โค๊ด บนพื้นสีแดง เป็นสิ่งต้องห้ามระดับต้นๆเพราะ เครื่องอ่านบาร์โค๊ด ส่วนมากเป็นแสงเลเซอร์สีแดง ถ้าพื้นหลังเป็นสีแดงทำให้แสงเลเซอร์ไม่สามารถอ่านบาร์โค้ดได้

 2. การแปะสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดในพื้นผิวที่เอียง ทำให้สัดส่วนของบาร์โค้ดผิดเพี้ยนไป

 3. การ Desine บาร์โค๊ด โดยไม่ได้ใช้โปรแกรมบาร์โค้ด ทำให้สัดส่วนของ บาร์โค้ด ผิดเพี้ยนไป

Visitors: 52,547